คำสั่ง Dosขั้นพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการซ่อมคอม
ความจำ เป็นในการใช้ (Dos) ยังคงมีอยู่ แม้ว่าในปัจจุบันบทบาทของมันจะเริ่มลดลงไปมากหลังจาก Windows เริ่มมีความสมบูรณ์และมีสิ่งอำนวยความสะดวกมาให้ชนิดที่ไม่ต้องพึ่งดอสเลย แต่ถ้าเมื่อไรเครื่องของคุณยังไม่มี Windows หรือเข้าไปใช้งาน Windows ไม่ได้ คำสั่งดอสก็มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะการใช้คำสั่งดอสจะช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้เช่นการ การซ่อมแซมไฟล์ที่เสีย ก๊อปปี้ไฟล์ข้อมูล แก้ปัญหา Bad Sector ฯลฯ ดังนี้เราควรทราบคำสั่งบางคำสั่งที่จำเป็นไว้บ้างเพื่อนำไปใช้งานในยามฉุกเฉิน Dos ย่อมาจาก Disk Operating System เป็นระบบปฎิบัติการรุ่นแรก ๆ ซึ่งการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์จะมีการทำงานบนระบบปฎิบัติการดอสเป็นหลัก โดยการทำงานส่วนใหญ่จะเป็นการทำงานโดยการใช้คำสั่งผ่านบรรทัดคำสั่ง (Command Line) ที่นิยมใช้กันคือ MS-Dos ซึ่งต่อมาระบบปฎิบัติการดอสจะถูกซ่อนอยู่ใน Windows ลองมาดูกันว่าคำสั่งไหนบ้างที่เราควรรู้จักวิธีใช้งาน
สูตรทำขนมครกโบราณ
วิธีทำ
จะทำขนมครกทั้งที เราต้องเลือกเอาสูตรที่ดี การทำแบบเดิมๆก็คือ จะต้องแช่ข้าวสารเป็นข้าวเจ้า แช่เอาไว้ในน้ำประมาณ 5-6 ชม. แล้วจึงสรงขึ้นมาผสมกับข้าวสุกและมะพร้าวขูด แล้วนำส่วนผสมทั้งหมดโม่ด้วยโม่หินหนักๆบดให้ละเอียด
นำแป้งที่โม่แล้วผสมกับเกลือและน้ำตาล ตักใส่เตาขนมครกแล้วหยอดหน้าด้วยกะทิข้นๆ ผสมเกลือและน้ำตาล โรยด้วยใบหัวหอม ผักชีหั่นเป็นฝอยละเอียดแล้วปิดฝาอบจนสุกปล่อยให้ก้นแป้งเหลืองกรอบแล้วจึงค่อยแซะออกวางขาย
เครื่องปรุง
ผสมทุกอย่างให้เข้ากันและใช้ไม้คน ถ้าเป็นข้าวสาร (ข้าวเจ้า) ต้องใช้วิธีโม่แบบดั้งเดิม
ส่วนผสมหน้าสำหรับหยอด ทำดังนี้
มะพร้าวขูดอย่างขาว 10ถ้วย หรือ 1 กก. คั้นด้วยน้ำ 2 ถ้วยกรองแล้วผสมด้วยเกลือ 2 ช้อนชา น้ำตาล 2 ช้อนคาว แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนคาว
ส่วนการหยอดแป้งนั้น ขั้นแรกต้องทำที่เช็ดเข้าขนมครก ห่อผ้าด้วยกากมะพร้าวขูดที่คั้นน้ำออกแล้ว เอาเชือกมัดเป็นจุกชุบน้ำมัน เข็ดเบ้าทุกครั้งก่อนหยอดแป้ง หยอดแป้งลงไปก่อนสักพักตามด้วยหน้าแล้วปิดฝา คอยหมั่นเปิดฝาแคะดูว่าก้นแแป้งเหลืองหรือยังแล้วแคะใส่กระทง
จะทำขนมครกทั้งที เราต้องเลือกเอาสูตรที่ดี การทำแบบเดิมๆก็คือ จะต้องแช่ข้าวสารเป็นข้าวเจ้า แช่เอาไว้ในน้ำประมาณ 5-6 ชม. แล้วจึงสรงขึ้นมาผสมกับข้าวสุกและมะพร้าวขูด แล้วนำส่วนผสมทั้งหมดโม่ด้วยโม่หินหนักๆบดให้ละเอียด
นำแป้งที่โม่แล้วผสมกับเกลือและน้ำตาล ตักใส่เตาขนมครกแล้วหยอดหน้าด้วยกะทิข้นๆ ผสมเกลือและน้ำตาล โรยด้วยใบหัวหอม ผักชีหั่นเป็นฝอยละเอียดแล้วปิดฝาอบจนสุกปล่อยให้ก้นแป้งเหลืองกรอบแล้วจึงค่อยแซะออกวางขาย
เครื่องปรุง
- ข้าวสาร 1 ถ้วยต่อน้ำ 4 ถ้วย ต้มให้สุกเป็นข้าวเปียก ๆ ที่เรียกว่าข้าวต้มแห้ง แบ้วนำมาขูดบด้วยกระชอน ลวดอย่างละเอียดทำตวงเก็บเอาไว้ 1 ถ้วย
- แป้งข้าวเจ้าแห้งอย่างผงนำมากรองหรือร่อนเสียก่อนประมาณ 2 เท่าของรายการแรก
- มะพร้าวขูดแล้วอย่างขาว อย่าให้มีแก่นเปลือกสีดำปน นำมาคั้นแล้วกรองให้ได้กะทิข้น ๆ สัก 3 ถ้วย
- มะพร้าวขูดแล้วอย่างขาวประมาณครึ่งถ้วย
- เกลือ 2 ช้อนชา
- น้ำตาล 4 ช้อนคาว
ผสมทุกอย่างให้เข้ากันและใช้ไม้คน ถ้าเป็นข้าวสาร (ข้าวเจ้า) ต้องใช้วิธีโม่แบบดั้งเดิม
ส่วนผสมหน้าสำหรับหยอด ทำดังนี้
มะพร้าวขูดอย่างขาว 10ถ้วย หรือ 1 กก. คั้นด้วยน้ำ 2 ถ้วยกรองแล้วผสมด้วยเกลือ 2 ช้อนชา น้ำตาล 2 ช้อนคาว แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนคาว
ส่วนการหยอดแป้งนั้น ขั้นแรกต้องทำที่เช็ดเข้าขนมครก ห่อผ้าด้วยกากมะพร้าวขูดที่คั้นน้ำออกแล้ว เอาเชือกมัดเป็นจุกชุบน้ำมัน เข็ดเบ้าทุกครั้งก่อนหยอดแป้ง หยอดแป้งลงไปก่อนสักพักตามด้วยหน้าแล้วปิดฝา คอยหมั่นเปิดฝาแคะดูว่าก้นแแป้งเหลืองหรือยังแล้วแคะใส่กระทง
สูตรทำขนมเม็ดขนุน
เครื่องปรุง + ส่วนผสม
1.นำถั่วเขียวเลาะเปลือกมาทำความสะอาดและแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ2 ชั่วโมง จากนั้นจึงนำไปนึ่งให้สุก ใช้เวลาประมาณ 15 นาที
2.เมื่อถั่วเขียวสุกดีแล้วให้นำไปใส่ในเครื่องปั่นไฟฟ้า พร้อมกับน้ำตาลทรายและน้ำกะทิ ปั่นจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี
3.จากนั้นจึงเทส่วนผสมลงในกระทะทองเหลือง หรือกระทะเคลือบเทฟลอนก็ได้ และตั้งบนไฟอ่อนๆ ค่อยๆกวนจนข้นและเหนียวใช้เวลาประมาณ 20 - 30 นาทีจึงปิดไฟ และทิ้งไว้ให้เย็น (ถั่วต้องแห้งมิเช่นนั้นจะไม่สามารถนำไปปั้นได้)
4.ก่อนปั้นให้นวดส่วนผสมทั้งหมดอีกครั้งจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียวจากนั้นจึงปั้นให้เป็นรูปทรงเม็ดขนุน
5.ทำน้ำเชื่อมโดยผสมน้ำตาลและน้ำเปล่านำไปเคี่ยวในกระทะทองเหลือง (หรือกระทะเคลือบเทฟลอนก็ได้) จนเหนียวข้นเป็นยางมะตูมจึงปิดไฟ
6.ตอกไข่และเลือกเอาเฉพาะไข่แดงมารวมกัน เขี่ยพอให้ไข่แดงแตกจากนั้นจึงนำเม็ดขนุนที่ปั้นเตรียมไว้ ใส่ลงไปแช่ในไข่แดงทีละเม็ด แล้วจึงนำไปใส่ในน้ำเชื่อม พยายามอย่าให้ติดกันพอใส่ลงไปมากพอแล้ว จึงนำกระทะไปตั้งบนไฟอ่อนๆจนสุกทั่วจึงตักออกมาพัก ทำซ้ำเช่นนี้จนเม็ดขนุนที่ปั้นไว้หมด
7จัดเม็ดขนุนใส่จาน เสริฟทานเป็นของว่างในวันสบายๆ
- ถั่วเขียวเลาะเปลือก 450 กรัม
- น้ำตาลทราย 200 กรัม (สำหรับผสมถั่ว)
- น้ำตาลทราย 3 ถ้วยตวง (สำหรับทำน้ำเชื่อม)
- น้ำกะทิ 400 กรัม
- น้ำเปล่า 3 ถ้วยตวง (สำหรับทำน้ำเชื่อม)
- ไข่เป็ด 5 ฟอง (ใช้เฉพาะไข่แดง)
1.นำถั่วเขียวเลาะเปลือกมาทำความสะอาดและแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ2 ชั่วโมง จากนั้นจึงนำไปนึ่งให้สุก ใช้เวลาประมาณ 15 นาที
2.เมื่อถั่วเขียวสุกดีแล้วให้นำไปใส่ในเครื่องปั่นไฟฟ้า พร้อมกับน้ำตาลทรายและน้ำกะทิ ปั่นจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี
3.จากนั้นจึงเทส่วนผสมลงในกระทะทองเหลือง หรือกระทะเคลือบเทฟลอนก็ได้ และตั้งบนไฟอ่อนๆ ค่อยๆกวนจนข้นและเหนียวใช้เวลาประมาณ 20 - 30 นาทีจึงปิดไฟ และทิ้งไว้ให้เย็น (ถั่วต้องแห้งมิเช่นนั้นจะไม่สามารถนำไปปั้นได้)
4.ก่อนปั้นให้นวดส่วนผสมทั้งหมดอีกครั้งจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียวจากนั้นจึงปั้นให้เป็นรูปทรงเม็ดขนุน
5.ทำน้ำเชื่อมโดยผสมน้ำตาลและน้ำเปล่านำไปเคี่ยวในกระทะทองเหลือง (หรือกระทะเคลือบเทฟลอนก็ได้) จนเหนียวข้นเป็นยางมะตูมจึงปิดไฟ
6.ตอกไข่และเลือกเอาเฉพาะไข่แดงมารวมกัน เขี่ยพอให้ไข่แดงแตกจากนั้นจึงนำเม็ดขนุนที่ปั้นเตรียมไว้ ใส่ลงไปแช่ในไข่แดงทีละเม็ด แล้วจึงนำไปใส่ในน้ำเชื่อม พยายามอย่าให้ติดกันพอใส่ลงไปมากพอแล้ว จึงนำกระทะไปตั้งบนไฟอ่อนๆจนสุกทั่วจึงตักออกมาพัก ทำซ้ำเช่นนี้จนเม็ดขนุนที่ปั้นไว้หมด
7จัดเม็ดขนุนใส่จาน เสริฟทานเป็นของว่างในวันสบายๆ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)





















